Story

จุดประกาย "Acaba"

ดวงดาว " acabar" นิทานตะวันตกที่ได้เล่าถึงเรื่องราวของหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง อยู่ห่างไกลผู้คน หนทางกันดารและยากเข้าถึง หมู่บ้านถูกลืมดั่งเมืองลับแล ท่ามกลางความยากไร้ของผู้คน กล่าวถึงเด็กชายผู้หนึ่ง กำเนิดมาพร้อมหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความมุ่งมั่น จะปัดเป่าความยากไร้ทั่วผืนดินของหมู่บ้านและรอบข้าง ให้เต็มไปด้วยความสุข ถึงแม้ต้องฟันฝ่ากับอุปสรรคนานัปการ ความเห็นแก่ตัว ความคิดริษยาความเอารัดเอาเปรียบ ความแตกแยก แต่เหล่านี้ก็ไม่ได้ลดทอนพลังในตัวเขาลงเลยแม้แต่นิดเดียว

จากแรงบันดาลของนิทาน บวกกับความมุ่งมั่นและตั้งใจของพวกเราที่มีเป็นทุนเดิมตั้งแต่หันหลังให้ชีวิตเมือง มาใกล้ชิดธรรมชาติ สถานที่และแวดล้อมรอบตัวได้จัดเตรียม ให้พวกเราพิสูจน์อุดมการณ์และความตั้งใจที่มี แม้บนโลกความจริงและนิทานอาจเทียบเคียงกันมิได้ แต่พวกเรายังคงพร้อมทุ่มเททุกสรรพกำลังที่มี เพื่อฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านั้น ไม่ได้คาดหวังว่าจะพลิกฟ้าเปลี่ยนแผ่นดินชั่วข้ามคืน เพราะเป็นเพียงจุดเล็กๆแต่คาดหวังว่าสิ่งที่พวกเราทำจะจุดประกายให้นำพาความเป็นอยู่ที่ดี ความรักและความสุขมายังสถานที่แห่งนี้ ณ หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาและส่งต่อความรักพร้อมความสุขเหล่านั้น ไปยังผู้คนรอบๆ  จากจุดกำเนิดดวงดาวของพวกเรา "ACABA"

 

 

ลงมือทำ

เริ่มต้นจากความรักและหลงใหล ในรสชาติของกาแฟ และมุ่งมุ่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟและยกระดับกาแฟจากแหล่งปลูกอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง ให้มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

"Acaba" เป็นชื่อของดวงดาวในนิทานปรัมปราของชาวตะวันตก ซึ่งกล่าวถึงหมู่บ้านเล็กๆ กันดารและยากจน มีเด็กชายในหมู่บ้านผู้หนึ่งได้อธิษฐานขอ ให้ดวงดาว acabar มาจุติเพื่อช่วยเหลือผู้คน….. ไร่กาแฟของเราเองก็อยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งท่ามกลางหุบเขา ที่ห่างไกลผู้คน "Acaba" จึงเป็นเหมือนแรงบันดาลใจ บวกความตั้งใจจริง ที่พวกเราได้ผันตัวเองเข้าสู่แวดวงด้านกาแฟ

เบื้องต้นจึงรวมตัวจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชมชนกลุ่มผู้ปลูก ชา และกาแฟคุณภาพบ้านป๊อก เพื่อดำเนินกิจกรรม แต่พบว่าการขับเคลื่อนด้วยกลุ่ม มีปัจจัย และข้อจำกัด ที่เป็นอุปสรรคมากมาย  คุณนพดล ทินรัตน์วรกุล จึงได้จัดตั้งบริษัทภูเครือขึ้นอีกทางหนึ่ง เพื่อให้การขับเคลื่อนกิจกรรมคล่องตัวมากขึ้น กว่า 6 ปี กับการลงมือปฏิบัติ เรียนรู้ พัฒนาและผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและหลักวิชาการสากล เพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยน “ความรู้เรื่องกาแฟ” ให้กับชุมชนใกล้เคียงและผู้ที่สนใจได้มีโอกาสเข้ามาศึกษา ความรู้เรื่องกาแฟแบบครบวงจร และเชื่อมโยงเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ผู้ผลิต แปรรูปสินค้าคุณภาพและนำส่งถึงมือผู้บริโภค เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของอาชีพ อีกทั้งยังสนับสนุน ผลิต กาแฟดูแลป่า (shade grow) และระบบปลูกธรรมชาติ/ออร์แกนิค  และส่งสินค้าคุณภาพและปลอดภัยให้ผู้บริโภค

ด้วยปณิธาน “เราปลูก เราผลิตไว้บริโภค และแบ่งปันให้กับคนที่เรารัก” เป็นสิ่งที่เราคาดหวังจะสร้างความยั่งยืน ของห่วงโซ่กาแฟ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ